เส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด

เส้นเอ็น Rotator cuff ฉีกขาด

เส้นเอ็น Rotator cuff ฉีกขาดเป็นสาเหตุของการปวดไหล่และใช้งานไม่ได้ที่พบได้ปกติในผู้ใหญ่ ในปี 2008 ประชากรเกือบ 2 ล้านคนในสหรัฐฯไปพบแพทย์เพราะมีปัญหาที่Rotator cuff
เส้นเอ็นที่ฉีกขาดจะทำให้ไหล่อ่อนแรง ซึ่งหมายความว่า กิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่าง หวีผม หรือแต่งตัว ก็จะทำได้ลำบากเพราะจะปวดไหล่มาก

โครงสร้าง

A00064F01
ไหล่ประกอบด้วย กระดูก 3 ชิ้น ได้แก่
กระดูกแขนส่วนบน (Humerus) ,
กระดูกสะบัก (Scapula) และ
กระดูกไหปลาร้า (Clavicle)
และข้อต่อบริเวณไหล่จะมีโครงสร้างเป็นเบ้า (Ball-and-socket)
หัวของกระดูกต้นแขนจะอยู่ในเบ้าของกระดูกสะบักอย่างพอดีกัน
โดยมีโครงสร้างส่วนRotator cuff ประคองอยุ่ ซึ่งประกอบด้วยมัดกล้ามเนื้อ 4 มัดรวมกันเป็นเส้นเอ็นปกคลุมบริเวณกระดูกต้นแขน
เส้นเอ็นRotator cuff จะยึดกระดูกต้นแขนกับกระดูกไหปลาร้า เพื่อใช้ในการยกและหมุนแขนได้
มีถุงน้ำหล่อลื่นชื่อว่า Bursa อยุ่ระหว่าง Rotator cuff
และส่วนบนของกระดูกไหล่ ที่ช่วยให้ข้อไหล่สามารถขยับได้อย่างเป็นอิสระ เมื่อเส้นเอ็นRotator cuff บาดเจ็บหรือเสียหาย Bursaนี้ก็ ก็อักเสบและปวดไปด้วย
A00064F02

คำอธิบาย

เมื่อเส้นเอ็นRotator cuffฉีกขาด ก็จะไม่สามารถยึดติดกับหัวกระดูกต้นแขนได้ และส่วนใหญ่จะพบว่าเส้นเอ็นเริ่มฉีกขาดหลุดลุ่ยและทรุดลงจนขาดสะบั้นเมื่อยกของหนักมากๆ
การฉีกขาดมี 2 แบบ
Partial Tear  คือเนื้อเยื่อมีการฉีกขาดบางส่วน ยังไม่ฉีกขาดทั้งหมด
Full-Thickness Tear แบบนี้เรียกว่าฉีกขาดทั้งหมด ขาดสะบั้นแยกจากกันเป็น 2 ส่วน และส่วนใหญ่จะขาดตรงบริเวณที่ไปยึดเกาะกระดูกต้นแขน
Print

 

 

สาเหตุ 

เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด มี 2 สาเหตุหลักคือ บาดเจ็บ และเสื่อมตามอายุ
  • Acute Tear
เมื่อคุณหกล้มและแขนเหยียดออกไถล่ไป หรือยกของหนักมากๆด้วยท่ายกที่ไม่เหมาะสม เส้นเอ็นRotator cuffก็ฉีกขาดได้ และอาจเกิดกระดูกไหปลาร้าหักหรือไหล่เคลื่อนได้
  • Degenerative Tear
ส่วนใหญ่มาจากการเสื่อมลงเรื่อยๆของเส้นเอ็นซึ่งจะเสื่อมอย่างช้าๆตามกาลเวลา ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น และมักเกิดในแขนข้างที่ถนัด และถ้าเส้นเอ็นข้างหนึ่งฉีกขาดจากความเสื่อมแล้ว ไหล่อีกข้างก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดเพิ่มากขึ้น แม้คุณจะไม่มีความเจ็บปวดในไหล่อีกข้างเลย
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความเสื่อมและเรื้อรังของเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด
  • Repetitive stress การเคลื่อนไหวข้อไหล่ในท่าเดิมซ้ำๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก จะเพิ่มแรงกดไปที่ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็น Rotator cuff กีฬาที่จะเพิ่มความเสี่ยงจากการใช้งานมากไปจนฉีกขาดได้เช่น เบสบอล เทนนิส พายเรือ ยกน้ำหนัก รวมไปถึงอาชีพบางประเภทหรืองานบ้านบางชนิดก็ทำได้เส้นเอ็นใช้งานมากเกินไปจนฉีกขาดได้เช่นกัน
  • Lack of blood supply เมื่ออายุมากขึ้น เลือดอาจจะไปเลี้ยงเส้นเอ็น Rotator cuff ลดลง จึงขาดอาหารที่จะช่วยซ่อมแซมเส้นเอ็นที่เสียหายจนเส้นเอ็นขาดได้ในที่สุด
  • Bone spurs เมื่ออายุมากขึ้น อาจเกิดกระดูกงอกออกมาใต้กระดูกAcromion เมื่อยกแขน กระดูกที่งอกนี้ก็จะกดและสีกับเส้นเอ็น Rotator cuff ซึ่งเรียกว่า Impingement กดบ่อยๆจนเส้นเอ็นอ่อนแอและทำให้เส้นเอ็นขาดได้เช่นกัน
ปัจจัยเสี่ยง
คนที่อายุ 40ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดมากขึ้นเพราะฉีกขาดส่วนใหญ่จะเสื่อมไปตามวัย
โดยเฉพาะคนที่ยกของหนักหรือยกแขนสูงเป็นประจำ และนักกีฬาที่ใช้งานแขนท่าเดิมซ้ำๆ เช่น เทนนิส เบสบอล นักวาดรูป ช่างทาสี หรืออาชีพอื่นๆที่ต้องยกแขนสูงก็จะมีความเสี่ยงในการเกิดเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดมากขึ้น
แต่ในคนอายุน้อยก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากอุบัติเหตุเช่น หกล้ม เป็นต้น

อาการโดยทั่วไป

  • ปวดแม้ไม่ใช้งาน และปวดตอนนอนทับไหล่
  • ปวดตอนยกแขนขึ้นลงหรือบางจังหวะที่ขยับเคลื่อนไหว
  • รู้สึกอ่อนแรงเมื่อยกแขนหรือแกว่งแขน
  • รู้สึกขัดและมีเสียงขณะขยับไหล่บางท่า
เอ็นฉีกขาดสามารถเกิดขึ้นได้ทันที และทั่วไปๆก็จะรู้สึกปวดมาก เช่น หลังจากหกล้ม และรู้สึกต้นแขนอ่อนแรงทันที และอาจมีเสียงแปล๊บเกิดขึ้น
ส่วนการฉีกขาดที่เกิดขึ้นแบบช้าๆเนื่องมากจากการใช้งานมากเกินไปก็ทำให้ปวดแขนและอ่อนแรงได้เช่นกัน คนไข้อาจจะปวดไหล่เมื่อยกแขนขึ้นหรือวางแขนลง โดยในช่วงแรกจะปวดเล็กน้อยในตอนที่ยกแขนเหนือศีรษะ เช่นเอื้อมไปหยิบของบนตู้ โดยการทางยาแก้ปวดอาจจะช่วยลดอาการปวดได้ในช่วงแรกๆ
เวลาผ่านไป อาการปวดจะเริ่มเป็นบ่อยมากขึ้นแม้ขณะที่ไม่ได้ใช้แขน และยาที่ทานก็ไม่ช่วยลดปวดได้อีกต่อไป อาจจะปวดตอนที่นอนทับแขนข้างนั้นตอนกลางคืนด้วย
การที่ปวดไหล่และอ่อนแรงจะทำให้ทำกิจวัตรประจำวันต่างๆลำบากมากขึ้น เช่น การหวีผมหรือเอื้อมมือไปด้านหลัง
 fig38 [Converted]

การตรวจทางแพทย์

ประวัติการรักษาและตรวจร่างกาย
หลังจากคนไข้เล่าอาการและประวัติการรักษาให้ฟัง แพทย์จะตรวจไหล่ เช็คดูว่าปวดที่ตำแหน่งไหนและมีความผิดรุปเกิดขึ้นหรือไม่ แพทย์จะให้คนไข้ขยับแขนในหลายๆท่าเพื่อดู Range of motion ของไหล่ และตรวจดูความแข็งแรงของแขนด้วย
แพทย์จะตรวจส่วนอื่นๆที่เกี่ยวกับข้อไหล่ โดยตรวจคอเพื่อให้แน่ใจว่า ความปวดไม่ได้มาจาก เส้นประสาทถูกกด และตัดประเด็นอื่นๆออกไป เช่น ข้อเสื่อม

A00064F05

การตรวจภาพถ่าย
X-rays การตรวจด้วยX-rays จะไม่เห็นเนื้อเยื่ออ่อนอย่างเส้นเอ็น โดยทั่วไปๆกระดูกจะปกติ หรืออาจจะแสดงให้เห็นกระดูกงอกที่ไหล่ได้
MRI หรือ Ultrasound จะทำให้มองให้ส่วนที่เป็นเนื้อเยื่ออ่อนอย่าง เส้นเอ็นRotator cuff ซึ่งจะสามารถแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งที่เส้นเอ็นเกิดการฉีกขาดและขนาดของการฉีกขาด รวมถึงบ่งบอกถึงความเก่า หรือ ใหม่ ของการฉีกขาดของเส็นเอ็น เพราะมันสามารถแสดงให้เห็นคุณภาพของกล้ามเนื้อ Rotator cuff

การรักษา

ถ้าคนไข้มีเส้นเอ็นRotato cuff ฉีกขาดและยังฝืนใช้งานทั้งๆที่เจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้ไหล่เกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้นและฉีกขาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อปวดแขนและไหล่เรื้อรังสมควรที่จะรีบไปพบแพทย์ เพราะการรักษาแต่เนิ่นๆจะป้องกันไม่ให้อาการยิ่งทรุดลงไปอีก และทำให้สามารถกลับไปใช้งานได้ตามปกติเร็วมากขึ้น
เป้าหมายของการรักษาไม่ว่าจะวิธีใดๆก็ตาม ก็คือ ลดปวดและกลับไปใช้งานได้ ซึ่งมีแนวทางการรักษาเส้นเอ็นRotator cuff หลายวิธี วิธีที่ดีที่สุดของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน ขึ้นอยุ่กับอายุ กิจกรรม สุขภาพทั่วๆไปและแบบการฉีกขาดของแต่ละบุคคล
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
เกือบ50%ของคนไข้ที่รักษาโดยไม่ผ่าตัดมีอาการปวดลดลงและกลับไปใช้งานได้ แต่ความแข็งแรงของไหล่จะไม่กลับมา
การรักษาแบบไม่ผ่าตัดมีดังนี้
พัก และเลี่ยงการยกแขนสูงและอาจต้องใส่Slingเพื่อป้องกันไหล่ให้อยู่นิ่งๆ
ปรับกิจกรรมที่ทำ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ปวดไหล่
ยาต้านการอักเสบแบบไม่ใช้สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน หรือ นาพรอกเซนจะช่วยลดปวดและบวมได้
ฉีดสเตียรอยด์ ถ้าใช้วิธีการข้างต้นมาแล้ว ไม่ว่าจะพัก ทานยา กายภาพ ก็ยังไม่หาย การฉีกสเตียรอยด์ก็จะช่วยให้ดีขึ้นได้
 SubacromialBursaInjection
ข้อดีหลักๆของการรักษาแบบไม่ผ่าตัดคือการเลี่ยงความเสี่ยงจากการผ่าตัดหลักๆ เช่น
  • การติดเชื้อ
  • ไหล่ยึดถาวร
  • อาการแทรกซ้อนจากการดมยา
  • การฟื้นตัวที่นาน
ข้อเสียจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดคือ
  • ความแข็งแรงไม่กลับมา
  • ขนาดการฉีกขาดเพิ่มมากขึ้น
  • ทำกิจกรรมได้ลดลง
การรักษาโดยการผ่าตัด
แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดหากรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดคือ คนไข้ยังคงเจ็บอยู่ และถ้าคนไข้เป็นคนที่ทำกิจกรรมเยอะ Active ใช้แขน ยกแขนทำงาน หรือเล่นกีฬา แพทย์ก็จะแนะนำให้ผ่าตัดเย็บซ่อมเส้นเอ็น
ข้อสังเกตอื่นๆที่เหมาะกับคนไข้ที่ผ่าตัดก็คือ
  • มีอาการมาแล้ว 6 – 12 เดือน
  • ฉีกขาดยาว (มากกว่า 3 เซ็นติเมตร)
  • แขนอ่อนแรงและใช้งานไหล่ได้น้อยลงมาก
  • เกิดจากการบาดเจ็บเฉียบพลันจนฉีกขาด
การผ่าตัดจะเป็นการเย็บซ่อมเส้นเอ็น Rotator cuff ให้กลับไปติดกับกระดูกหัวไหล่ และอาจมีวิธีอื่นๆที่แพทย์จะให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน
Screen Shot 2559-12-07 at 7.56.45 PM

Comments

comments

4 comments on “เส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด
  1. Nina พูดว่า:

    ผ่าตัดหัวไหล่มาได้ 2 ปี แล้วค่ะ อายุ 29 ปี ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอไซค์ล้ม คุณหมอบอกว่าเส้นเอ็นที่ไหล่ฉีกขาด จึงใส่เอ็นเทียมให้ และปักสมอยึดไว้ สมอมีสิทธิ์หลุดได้ หากใช้แขนมากไป ทุกวันนี้ยังมีอาการปวดกล้ามเนื้อที่สะบักอยู่เลยค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกล้ามเนื้อ หรือเส้นเอ็นที่มีปัญหา ขอปรึกษาด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

  2. Beem พูดว่า:

    สวัสดีครับ ผมเป็นนักกีฬาตอนนี้อายุ35 ปี ตีเทนนิสแล้วเกิดมีอาการเจ็บแปลบที่หัวไหล่ ไปพบแพทย์เอ็กซเรย์ไม่เห็นความผิดปกติ น่าจะเป็นที่เส้นเอ็นผมกางแขนแล้วเจ็บแปลบตรง 90 องศา จนสะดุ้งต้องหยุด แต่ยกแขนด้านอื่นได้หมด ตอนนี้แพทย์ให้ยาทานและยาทามา ถ้าผมไปอัลตราซาวน์ผมจะหายเป็นปกติมั้ยครับ และใช้เวลารักษานานมั้ยครับ ผมมีแข่วตลอดปีเลย เศร้าจริงๆ

ส่งความเห็นที่ Beem ยกเลิกการตอบ

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>