กระดูกหัวสะโพกตาย

กระดูกหัวสะโพกตาย (Osteonecrosis of Hip)

กระดูกหัวสะโพกตายจะทำให้คนไข้เจ็บทรมานซึ่งเกิดจากเลือดไม่ไปหล่อเลี้ยง เพราะเซลล์กระดูกจะตายหากไม่มีเลือดมาเลี้ยง กระดูกสะโพกตายจะนำไปสู่การทำลายของสะโพกและเป็นโรคข้อเสื่อมในที่สุด
Osteonecrosis อาจจะเรียกว่า Avascular necrosis หรือ Aseptic necrosis ถึงแม้โรคกระดูกตายจะสามารถเกิดขึ้นที่กระดูกชิ้นไหนก็ได้ แต่ส่วนที่พบบ่อยที่สุดมักจะเป็นสะโพก คนไข้อเมริกาจำนวนมากกว่า20,000คนต่อปีเข้ารับการรักษาโรคนี้ที่โรงพยาบาล และส่วนใหญ่จะเป็นสะโพกทั้ง2ข้าง

โครงสร้าง

A00216F01
สะโพกเป็นข้อต่อที่มีลักษณะเป็นหัวและเบ้า เบ้าจะเป็นส่วนที่เรียกว่า Acetabulum ซึ่งเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของกระดูกเชิงกราน ส่วนหัวกระดูกจะเรียกว่า Femoral Head ซึ่งเป็นส่วนปลายด้านบนของกระดูกขาท่อนบน
เนื้อเยื่อที่ช่วยให้ข้อลื่นไหลได้เรียกว่า Articular Cartilage ซึ่งจะปกคลุมบริเวณผิวของหัวและเบ้า ช่วยให้ผิวข้อสะโพกไหลลื่น ไม่เสียดสีกันเวลาขยับสะโพกและกระดูกหัวและเบ้าหมุนขยับไปมา

สาเหตุ

A00216F02

กระดูกสะโพกตายจะเริ่มเป็นมากขึ้นเมื่อเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณหัวกระดูกถูกขัดขวาง พอไม่มีเลือดมาเลี้ยงเพียงพอหัวกระดูกต้นขาก็เริ่มตายและทรุด ต่อมาผิวข้อที่ปกคลุมกระดูกก็ทรุดและบางลง ก่อให้เกิดโรคข้อเสื่อมตามมา

ปัจจัยเสี่ยง

ถึงแม้สาเหตุของการขาดเลือดมาเลี้ยงจะไม่เป็นที่ทราบในทุกเคส แต่แนวโน้มที่น่าจะเป็นปัจจัยเสี่ยงมีหลายปัจจัยดังนี้
  • ได้รับบาดเจ็บ -สะโพกเคลื่อน,สะโพกหัก,และการบาดเจ็บอื่นๆที่สามารถทำลายหลอดเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณหัวกระดูกและมีระบบไหลเวียนเลือดแย่ลง
  • ดื่มแอกลฮอล์เป็นประจำ
  • ทานยาสเตียรอยด์ โรคจำนวนมาก เช่นหอบหืด , ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคภูมิแพ้ตนเอง(SLE) อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการเกิดโรคกระดูกตาย ในผู้ป่วยที่ทานยาสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานาน ถึงแม้จะยังไม่มีการศึกษาใดบ่งชี้ได้แน่ชัด ว่าทำไมยากลุ่มนี้จึงมีส่วนให้เกิดกระดูกตาย
  • โรคหรือสภาวะอื่นๆ ที่สัมพันธ์ต่อการเกิดกระดูกตาย เช่น Caisson disease (Diver’s disease หรือ the bends) ,Sickle cell disease,Myeloproliferative disorders,Gaucher’s disease,Systemic lupus erythematosus,Crohn’s disease,Arterial embolism,Thombosis,และ Vasculitis
อุบัติการเกิดโรค
ถึงแม้โรคกระดูกตายจะเกิดได้กับทุกอายุ แต่โดยส่วนใหญ่มันเกิดในผู้ป่วยอายุ40-65ปี และเกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

อาการ

ความรุนแรงของกระดูกสะโพกตายแบ่งเป็นหลายระดับ อาการแรกๆที่พบได้คือปวดสะโพก และอาจนำไปสู่การปวดแบบตื้อหรือปวดตุ๊บๆบริเวณขาหนีบหรือสะโพก เมื่อเป็นมากขึ้นจะทำให้คนไข้ยืนลำบากมากขึ้น เพราะต้องทิ้งน้ำหนักลงบนสะโพกข้างนั้นๆ และทำให้ปวดมากขึ้นเมื่อต้องขยับข้อสะโพก
ระยะเวลาการดำเนินไปของโรคจากระดับความรุนแรงหนึ่งไปสู่อีกขึ้นหนึ่งมีตั้งแต่ หลายเดือนจนถึงเป็นเป็นปี มันสำคัญมากที่จะได้รับการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะบางงานวิจัยพบว่าการได้รับการรักษาที่เร็วอาจจะทำให้ได้รับผลดีกว่า
A00216F03

การตรวจวินิจฉัย

หลังจากได้เล่าให้แพทย์ทราบถึงอาการและประวัติการรักษา แพทย์จะตรวจสะโพกเพื่อดูว่าท่าใดบ้างที่ทำให้ปวดสะโพก
การตรวจทางภาพถ่าย
ภาพถ่ายจะช่วยให้แพทย์ยืนยันการวินิจฉัยได้
A00216F04
  • X-Rays ภาพX-rayจะช่วยดูความแข็งแรงของโครงสร้าง และดูว่ากระดูกส่วนFemoral Head ทรุดมากแค่ไหน รุนแรงมากไหน
  • Magnetic resource imaging (MRI) การเปลี่ยนแปลงของกระดูกในช่วงแรกซึ่งอาจจะมองไม่เห็นจากภาพX-ray จะสามารถมองเห็นได้ด้วยMRI ภาพMRIจะช่วยประเมินได้ว่าโรคนี้ได้ส่งผลต่อกระดูกมากน้อยแค่ไหนแล้ว และยังสามารถตรวจพบกระดูกสะโพกตายตั้งแต่เริ่มต้น แม้จะยังไม่แสดงอาการ
A00216F05

การรักษา

ถึงแม้ว่าการรักษาโดยการไม่ผ่าตัดเช่น ทานยา ใช้ไม้ค้ำยัน จะช่วยบรรเทาอาการปวดและชะลอการดำเนินไปของโรค แต่การรักษาที่ดีที่สุดก็คือการผ่าตัด คนไข้ที่ตรวจพบกระดูกสะโพกตายแต่เนิ่นๆนั้นเหมาะมากที่จะใช้วิธีแบบประคับประคอง
Core Decompression 
วิธีการนี้จะต้องเจาะรูใหญ่1รูหรือรูเล็กๆอีกหลายๆรู เข้าไปในFemoral Head เพื่อลดแรงกดกระดูกและสร้างช่องให้หลอดเลือดใหม่ๆเพื่อบำรุงกระดูกส่วนที่มีปัญหา
เมื่อได้รับการตรวจพบว่าเป็นกระดูกสะโพกตายแต่เนิ่นๆ วิธีCore Decompressionจะประสบความสำเร็จในการป้องกันการทรุดของFemoral Headและกลายเป็นข้อเสื่อม
Core DecompressionมักจะทำรวมกับBone Graftingเพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูกที่แข็งแรงและช่วยเสริมกระดูกอ่อนของข้อสะโพก Bone Graftคือเนื้อเยื่อกระดูกที่แข็งแรงซึ่งปลูกถ่ายในบริเวณที่ต้องการ
มีทางเลือกในการทำBone Graftมากมายในปัจจุบัน วิธีมาตราฐานคือการเอากระดูกมาจากส่วนหนึ่งในร่างกาย(Harvest)และย้ายมาปลูกถ่ายส่วนอื่นๆของร่างกาย เนื้อเยื่อประเภทนี้เรียกว่า Autograft
ศัลยแพทย์จำนวนมากใช้กระดูกจากผู้บริจาคหรือจากร่างที่เสียชีวิตแล้ว เนื้อเยื่อประเภทนี้ปกติจะได้มาจาก Bone Bank กระดูกก็สามารถบริจาคได้หลังเสียชีวิตแล้วเหมือนกับอวัยวะอื่นๆ
และในปัจจุบันยังมีเนื้อเยื่อกระดูกสังเคราะห์อีกหลายแบบ
A00216F06
Vascularized Fibula Graft
ทางเลือกการผ่าตัดอื่นๆคือ Vascularized Fibula Graft วิธีนี้จะใช้กระดูกส่วนเล็กที่ขา (Fibula) ตามด้วยเลือดที่มาหล่อเลี้ยง ไปปลูกถ่ายในรูที่สร้างขึ้นมาบริเวณ Femoral NeckและHead หลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงก็ปลูกถ่ายเพื่อหล่อเลื้ยงบริเวณส่วนที่กระดูกตาย
Total Hip Replacement
ถ้าคนไข้ที่เป็นกระดูกสะโพกตายมีส่วนของ Femoral Headทรุดลงมาก การรักษาที่ประสบผลสำเร็จที่สุดคือการเปลี่ยนข้อสะโพก วิธีการนี้จะเปลี่ยนจากผิวข้อที่เสียหาย แทนที่ด้วย ข้อเทียม
การผ่าตัดชนิดนี้ได้ผลดีในเรื่องการลดความเจ็บปวดและกลับไปใช้งานเหมือนเดิมได้ถึง90-95% ของคนไข้ทั้งหมด วิธีการรักษานี้ถือว่าเป็นวิธีการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จที่สุด
 A00216F07

ผลการรักษา

Core Decompressionช่วยป้องกันการดำเนินไปของโรคไม่ให้เป็นข้อเสื่อมและอาจต้องเปลี่ยนผิวข้อเทียมประมาณ25-85%ของเคส ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและขนาดของกระดูกตายในช่วงที่ทำการรักษา
Core Decompressionจะได้รับผลดีที่สุดเมื่อได้รับการตรวจพบแต่เนิ่นๆก่อนที่กระดูกจะทรุด มีเคสจำนวนมาก กระดูกได้รับการรักษาและมีเลือดมาหล่อเลี้ยงหลังจากทำ Core Decompression ซึ่งใช้เวลา2-3เดือนให้กระดูกได้รับการรักษา ในช่วงนี้อาจต้องใช้Walkerหรือไม้ค้ำยันเพื่อป้องกันการลงน้ำหนักลงบนกระดูกที่เสียหาย
คนไข้ที่รักษาด้วยCore Decompressionสำเร็จมักจะกลับไปเดินได้โดยไม่ต้องมีตัวช่วยเดินประมาณ3เดือนและมีความเจ็บปวดหายไป
เมื่อตรวจพบว่าเป็นกระดูกสะโพกตายหลังจากกระดูกทรุดแล้ว Core Decompressionจะไม่สามารถป้องกันไม่ให้ทรุดเพิ่มได้และใช้วิธีนี้ไม่สำเร็จ ในกรณีแบบนี้ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกจะให้ผลการรักษาดีที่สุด ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและกลับไปใช้งานได้ถึง 90-95%ของคนไข้
Screen Shot 2559-12-07 at 7.56.45 PM

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>