กระดูก Proximal Tibia หัก

กระดูกProximal tibiaหัก(Fractures of the Proximal Tibia)

การแตกหักของกระดูกในส่วนบนของShinbone(tibia)อาจเกิดจากการบาดเจ็บแบบง่ายๆเช่นตกจากที่สูงหรือจากการบาดเจ็บรุนแรงเช่นอุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซด์ การดูแลการบาดเจ็บอย่างเหมาะสมจะช่วยฟื้นฟูให้การทำงานของรยางค์(ความแข็งแรง,การเคลื่อนไหวและความความมั่งคง)และลดความเสี่ยงในการเกิดข้อเสื่อม

เนื้อเยื่ออ่อน(ผิวหนัง,กล้ามเนื้อ,เส้นประสาท,เส้นเลือดและเส้นเอ็นอ่อน)สามารถเกิดการบาดเจ็บเมื่อเกิดการหักของกระดูกได้เช่นกันดังนั้นแพทย์ศัลยกรรมกระดูกจะตรวจดูว่ามีอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อนหรือไม่เพื่อที่จะได้ทำการรักษาต่อไป

ไม่ว่าการบาดเจ็บจะได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัดก็ตาม ทั้งการบาดเจ็บที่กระดูกจากกระดูกหักและการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่ออ่อนต้องทำการรักษาไปด้วยกัน

 

โครงสร้าง(Anatomy)

A00393F01

 

ข้อต่อเข่าเป็นข้อต่อที่รับน้ำหนักที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ถึงแม้ว่ามันจะมีลักษณะคล้ายข้อบานพับ แต่มันมีการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนกว่า การเคลื่อนไหวมีหลายระนาบเช่นไปหน้าหลังและไปข้างๆได้เล็กน้อย ความมั่นคงของข้อเข่านั้นไม่เพียงขึ้นอยู่กับเนื้อเยื่ออ่อน(กล้ามเนื้อและเอ็น)แต่ยังขึ้นอยู่กับวิถีที่ผิวข้อเข่าต่อกันเพื่อให้กระดูกของข้อเข้าวางในแนวอย่างเหมาะสม

กระดูกที่ประกอบด้วยTibial plateauคือCancellous(มีลักษณะเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ)มีลักษณะตรงข้ามกับกระดูกส่วนหน้าแข้งที่หนา การจัดวางองค์ประกอบของกระดูกเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะกระดูกCancellousอาจถูกกดรัดและยังคงทรุดเมื่อได้รับการบาดเจ็บ

ทั้งการบาดเจ็บแบบรุนแรงในผู้ป่วยอายุน้อยและการบาดเจ็บเล็กน้อยในผู้ป่วยสูงอายุในกระดูกที่อ่อนกว่าสามารถเกิดการหักและอาจเคลื่อนตัวหรือถูกกดได้

เนื้อเยื่ออ่อนก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เส้นประสาทและเส้นเลือดที่บริเวณเข่าจะอยู่ติดกับกระดูกซึ่งอาจได้รับการบาดเจ็บด้วย ผิวหนังรอบข้อเข่าอาจได้รับการบาดเจ็บจากตัวผิวเองหรืออาจเกิดผลมาจากการบวมของเนื้อเยื่ออ่อน

 

สาเหตุ(Cause)

A00393F02

การหักของกระดูกที่บริเวณ1ส่วน4ตอนบนของขาท่อนล่างหรือTibiaอาจจะเกี่ยวข้องกับข้อเข่าหรือไม่ก็ได้ การหักของกระดูกที่บริเวณข้อเข่าอาจทำให้ข้อผิดปกติหรือผิวข้อผิดปกติได้ และการหักเหล่านี้อาจก่อให้เกิดการวางตัวของรยางค์ที่ไม่เหมาะสม ปัจจัยต่างๆเหล่านี้อาจนำไปสู่ข้อสึกหรอ(arthritis),ไม่มั่นคง,สูญเสียการเคลื่อนไหวได้

การหักของtibiaส่วนบนสามารถเกิดจากแรงกระแทก(การกระแทกเล็กน้อยจากการทำกิจกรรมที่ไม่คุ้นเคยมากเกินไป)หรือเกิดกับกระดูกที่อ่อนแออยู่แล้ว(เช่น มะเร็งหรือติดเชื้อ) อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่เกิดจากอุบัติเหตุ

ผู้ป่วยอายุน้อยที่เกิดการหักของกระดูกเหล่านี้มักเกิดจากการบาดเจ็บรุนแรงเช่นตกจากที่สูง การบาดเจ็บที่เกิดจากการเล่นกีฬาและอุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซด์ ในขณะที่ผู้ป่วยสูงอายุที่มีคุณภาพกระดูกไม่ค่อยดีมักจะเกิดการหักของกระดูกได้แม้อุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย

ผู้ป่วยสูงอายุจำนวนมากอาจมีปัญหาอื่นๆที่ต้องกังวลอีกด้วย เช่น โรคหัวใจหรือโรคปอด,เบาหวาน หรือโรคอื่นๆที่ควรพิจารณา

“รูปแบบของการหัก”จะพิจารณาจาก ตำแหน่งของการหักของกระดูกภายในเข่าและกระดูกมีการเคลื่อนย้ายตำแหน่งอย่างไรซึ่งมีผลมาจากแรงที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ แรงสามารถมาจากการปะทะตรงๆ(Dashboard);กระแทกลงมาหรือตกจากที่สูง(Fall);การหักงอ(หกล้ม,กีฬาและบาดเจ็บจากยานพาหนะ);หรือหลายอย่างรวมกัน

A00393F03

อาการ(Symptom)

การหักของกระดูกtibiaส่วนบน(Shin bone)อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บทั้งกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณกระดูก

-ปวดขณะลงน้ำหนัก(Pain on bearing weight) โดยปกติ ผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บจะมีความรู้สึกปวดเมื่อลงน้ำหนักในอวัยวะระยางค์ที่มีการบาดเจ็บ

-ตึงรอบข้องอไม่ลง(Tenseness around the knee;limited bending) ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามีอาการตึงที่เข่าเนื่องจากมีเลือดออกบริเวณที่ข้อเข่าซึ่งจะทำให้งอเข่าไม่ลง

-เข่าผิดรูปร่าง(Deformity around the knee) ขาอาจจะเกิดการผิดรูปร่างหรือไม่ผิดก็ได้

-เท้าจะซึดและเย็น(Pale,Cool foot) เท้าอาจเกิดอาการซีดและเย็นเนื่องจากเลือดที่มาเลี้ยงฉีกขาดเสียหาย

-ชาที่เท้า(Numbness around the foot) อาการชาหรือรู้สึกเหมือนเข็มตำจากการบาดเจ็บที่เส้นประสาทหรือขาบวมมาก

ถ้าอาการเหล่านี้เกิดหลังจากกระดูกหัก ควรรีบไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินเพื่อประเมินอาการ

 

วินิจฉัย(Diagnosis)

การวินิจฉัยการหักของกระดูกTibiaขอข้อเข่ามีทั้งทางตรวจทางคลินิกและภาพฉายรังสี

ในการตรวจทางคลินิกแพทย์จะถามเกี่ยวกับรายละเอียดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ(ประวัติคนไข้) ถ้าคนไข้มีอาการที่กล่าวมาแล้วข้างต้นก็จะถูกบันทึกในประวัติคนไข้ด้วย และแพทย์จะถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาครั้งก่อน(ถ้ามี)

และอาจถามถึงอวัยวะอื่นๆด้วย

แพทย์จะตรวจเนื้อเยื่ออ่อนรอบๆข้อเข่าเพื่อตรวจดูอาการฟกช้ำ,บวมและแผลเปิดและจะประเมินเส้นประสาทและเลือดที่มาเลี้ยงขาและเข่าที่มีอาการบาดเจ็บ

อาจมีการทำX-raysหลายๆท่าเพื่อระบุหาตำแหน่งและความรุนแรงของการบาดเจ็บภายในเข่า และอาจมีการทำCT(Computed tomography) scanร่วมด้วย

ผู่ป่วยอาจต้องได้รับการตรวจพิเศษเพื่อประเมินเลือดที่มาหล่อเลี้ยงเป็นบางครั้ง การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic resonance imaging;MRI)จะใช้ในการประเมินการรักษาในขั้นตอนแรกๆ

A00393F04

การรักษา(Treatment)

เกณฑ์การพิจารณา(Considerations)

เมื่อจะพิจารณาถึงวิธีการรักษาว่าจะเป็นแบบผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด สิ่งที่จะนำมาพิจารณาได้แก่ ความคาดหวังของผู้ป่วย รูปแบบการใช้ชีวิต และสภาวะร่างกายของผู้ป่วย เนื่องจากวิธีการรักษาทั้ง2แบบมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง

การตัดสินใจที่จะรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดจะเป็นการตัดสินใจร่วมของผู้ป่วย ญาติ และแพทย์ผู้ทำการรักษา โดยวิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับลักษณะรายละเอียดของการบาดเจ็บและความต้องการของผู้ป่วย

ในผู้ป่วยที่สุขภาพกระฉับกระเฉง การรักษาโดยการผ่าตัดถือเป็นวิธีที่เหมาะสมเพราะเพราะจะช่วยให้ข้อขยับเขยื้ยนได้เร็วเนื่องจากข้อมั่นคงและลดความเสี่ยงของข้อเสื่อม

ในผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ การเลือกรักษาโดยวิธีผ่าตัดนั้นอาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่จะได้รับ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่โรคอื่นๆ หรือมีปัญหาที่ขาข้างนั้นอยู่แล้ว การผ่าตัดอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาเช่น ติดเชื้อ หรือได้รับผลข้างเคียงจากยาชายาสลบ

 

การดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน(Emergency care)

ถ้าเกิดแผลเปิดจากกระดูกหักอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียได้ การรักษาโดยการผ่าตัดเบื้องต้นจะช่วยทำความสะอาดผิวของกระดูกที่หักและเนื้อเยื่ออ่อนและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้

ในบางครั้ง เนื้อเยื่อจะเกิดการบวมมากทำให้เนื้อเยื่อไม่ไปเลี้ยงขาและเท้าได้ อาการลักษณะนี้เรียกว่าCompartment syndrome

ถ้าเกิดปัญหาที่เนื้อเยื่อดังกล่าว การใส่เฝือกหรือสนับเข่า ไม่เป็นข้อพึงแนะนำ แต่จะแนะนำให้ใช้เหล็กดามกระดูกภายนอก โดยจะมีการใส่เหล็กยาว(Pin)ที่บริเวณเหนือข้อเข่าและใต้ข้อเข่าชั่วคราว เหล็กยาวนี้จะเชื่อมต่อด้วยแท่งเหล็กยาว(Bars)เพื่อทำให้ข้อเข่ามั่นคง

A00393F05

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด(Nonsurgical treatment)

การรักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัดจะรวมไปถึงห้ามเคลื่อนไหว ห้ามลงน้ำหนักและการใส่เครื่องประคอง(สนับเข่าหรือเฝือก)

โดยปกติ การมาตรวจดูเนื้อเยื่อและการX-raysจะต้องทำเป็นประจำเป็นช่วงๆตามช่วงเวลา การขยับหัวเข่าและการลงน้ำหนักจะทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากแพทย์

การรักษาโดยการผ่าตัด(Surgical treatment)

A00393F06

ถ้าวิธีการผ่าตัดได้รับการพิจารณา มีอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์หลายชิ้นที่มีให้พิจารณา

เหล็กกลมใช้ร้อยเข้าไปกึ่งกลางกระดูกและเหล็กแผ่นดามกระดูก(Rods and plates) ในกรณีที่1ใน4ของส่วนบนของกระดูกTibiaหักแต่ข้อต่อยังติดอยู่ RodหรือPlateจะนำมาใช้เพื่อทำให้กระดูกที่หักมั่นคงขึ้น โดยRodจะถูกใส่ในHollow medullary cavityในตรงกลางกระดูก ส่วนPlateจะติดที่ด้านนอกของผิวกระดูก

ปกติPlateจะใช้กับกระดูกที่แตกเข้ามาในข้อ ถ้ากระดูกแตกในข้อและมีการทรุด อาจต้องงัดกระดูกที่หักขึ้นมา เพื่อทำให้ข้อกลับมาทำงานได้ดีเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามการงัดกระดูกที่หักขึ้นมาจะทำให้เกิดโพรงช่องว่างในCancellous เพราะฉะนั้นต้องเอากระดูกแท้หรือกระดูกสังเคราะห์ใส่ทดแทนเข้าไปในโพรงนี้ และอาจมีการใส่เหล็กแผ่นดามกระดูกและสกรูเพื่อเพิ่มความมั่นคง

A00393F07 A00393F08

โลหะยึดกระดูกที่อยู่นอกผิวหนัง(External Fixators) ในบางกรณี การใส่เหล็กแผ่นหรือเหล็กกลมทำไม่ได้เพราะว่าทำให้เกิดปัญหาต่อเนื้อเยื่อ จึงควรต้องใส่เหล็กดามกระดูกนอกผิวหนัง และจะถอดออกเมื่อแผลหายดี

 

 

การปฎิบัติตัวหลังได้รับการรักษา(Living with this injury)

ระยะฟื้นตัวจะเริ่มต้นหลังจากได้รับการรักษาทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด โดยช่วงนี้ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดอย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจคำแนะนำของแพทย์ให้ชัดเจนในเรื่องการลงน้ำหนัก,การงอเข่า,และการใช้อุปกรณ์ภายนอกเช่นเฝือกและสนับเข่า

เนื่องจากการหักในส่วนของProximal tibiaของผู้ป่วยที่กระฉับกระเฉงมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการลงน้ำหนัก จึงอาจมีผลตามมาในระยะยาวได้และยังรวมไปถึงการงอเข่าได้ลดลงและความมั่นคงของเข่ารวมไปถึงข้อเข่าเสื่อมในระยะยาว

แพทย์จะถามถึงข้อกังวลของผู้ป่วย ความเสี่ยง และความคาดหวัง และแพทย์จะชี้แจ้งถึงผลกระทบที่อาจจะมีผลต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวัน งาน ความรับผิดชอบต่อครอบครัว

 

สิ่งที่ควรจะปรึกษากับศัลยแพทย์กระดูก(What to discuss with your orthopaedic surgeon)

1.การรักษาแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัดมีประโยชน์และความเสี่ยงกับเข่าฉันอย่างไรบ้าง

2.การบาดเจ็บนี้อาจมีผลต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวัน งาน และกิจกรรมสันทนาการอย่างไรบ้าง

3.ฉันมีประวัติทางการแพทย์หรือกิจกรรมทางสังคม(สูบบุหรี่,ยากล่อมประสาท, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์)ที่อาจมีผลต่อการรักษาหรือผลลัพธ์หรือไม่

4.ถ้าฉันเป็นข้อเสื่อม ฉันมีทางเลือกในการรักษาและการปฏิบัติอะไรบ้าง

5.หลังการรักษาเริ่มต้นขึ้น(ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด) เมื่อไหร่ที่ฉันจะเริ่มต้นลงน้ำหนักและงอเข่าได้

6.ในช่วงระยะเวลาฟื้นฟูจะส่งผลต่องานและการรับผิดชอบต่อครอบครัวอย่างไรบ้าง

7.ในช่วงการฟื้นฟูฉันจะต้องได้รับการช่วยเหลืออะไรบ้าง(ถ้ามี)

8.ถ้าฉันได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด วัสดุที่ใส่เข้าไปจะเป็นกระดูกแท้หรือกระดูกเทียม มีความเสี่ยงและข้อดีอย่างไรบ้าง

9.ฉันจะต้องใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือไม่ ถ้าใช้จะเป็นตัวไหนและใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่

 

Screen Shot 2559-12-07 at 7.56.45 PM

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>