กล้ามเนื้อHamstringบาดเจ็บ

การบาดเจ็บกล้ามเนื้อHamstring (Hamstring muscle injury)

การบาดเจ็บกล้ามเนื้อHamstringเช่นการpulled hamtring มักเกิดบ่อยในขณะเล่นกีฬาที่มีการออกตัวแบบกระชาก เช่น วิ่ง ฟุตบอล บาสเก็ตบอล

 

Pulled hamstringหรือการอักเสบคือการบาดเจ็บกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา1มัดขึ้นไป ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอาการเหล่านี้จะตอบสนองต่อการรักษาง่ายๆแบบไม่ต้องผ่าตัดได้ดี

 

โครงสร้าง(Anatomy)

A00408F01R

กล้ามเนื้อHamstringจะอยู่บริเวณด้านหลังต้นขามี3มัดด้วยกัน

-Semitendinosus

-Semimembranosus

-Biceps femoris

กล้ามเนื้อเหล่านี้ติดกับส่วนล่างของกระดูกPelvis บริเวณนี้เรียกว่า ischial tuberosity ต่อลงมาผ่านข้อเข่าจนถึงกระดูกขาส่วนล่าง เส้นใยของกล้ามเนื้อHamstringต่อกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เหนียวของเส้นเอ็นHamstringตรงบริเวณใกล้กับที่เส้นเอ็นต่อกับกระดูก กลุ่มกล้ามเนื้อHamstring จะช่วยในการเหยียดขาตรงและงอเข่า

 

คำอธิบาย(Description)

การบาดเจ็บHamstring สามารถเกิดได้จาก การกระชาก,การฉีกขาดบางส่วน,หรือฉีกขาดทั้งหมด

การอักเสบของกล้ามเนื้อสามารถแบ่งเป็นระดับตามความรุนแรงได้3ระดับ การอักเสบระดับ1เป็นความอักเสบระดับเล็กน้อยและหายง่าย การอักเสบระดับ3 กล้ามเนื้อเนื้อจะฉีกขาดหมดและใช้เวลาในการรักษา1เดือน

การบาดเจ็บHamstringส่วนมากเกิดในส่วนที่หนาของกล้ามเนื้อหรือบริเวณที่เส้นใยกล้ามเนื้อต่อกับเส้นใยเส้นเอ็น

การบาดเจ็บHamstringระดับรุนแรงส่วนมาก เส้นเอ็นจะขาดจากกระดูกอย่างสมบูรณ์ และอาจมีกระดูกบางส่วนติดไปด้วยซึ่งเรียกว่าAvulsion injury

A00408F02

สาเหตุ(Cause)

การใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป(Muscle Overload)

การใช้กล้ามเนื้อมากเกินไปเป็นสาเหตุหลักของการอักเสบของกล้ามเนื้อHamstring ซึ่งสามารถเกิดขณะที่กล้ามเนื้อยืดมากเกินปกติแบบเฉียบพลัน

การอักเสบของกล้ามเนื้อHamstringมักเกิดขึ้นขณะกล้ามเนื้อถูกทำให้ยืดในขณะที่มันกำลังหดตัว อาการแบบนี้เรียกว่า Eccentric contraction

ในขณะที่ออกตัวแบบกระชาก กล้ามเนื้อHamstringจะหดขณะที่ขาหลังเหยียดตรงและนิ้วโป้งเท้าจะช่วยดีดตัวและพุ่งไปข้างหน้า นอกจากกล้ามเนื้อHamstringจะถูกยืดแล้วยังรับน้ำหนักอีกด้วยแรงที่เท่ากับน้ำหนักตัวและแรงในการดีดตัวไปข้างหน้า

Hamstring tendon avulsion ก็ลักษณะคล้ายกับHamstringอักเสบคือเกิดจากการต้องรับน้ำหนักที่แรงและเฉียบพลัน 

ปัจจัยเสี่ยง(Risk factor)

มีปัจจัยเสี่ยงด้วยกันหลายอย่างที่ทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ(Muscle strain) รวมถึง

กล้ามเนื้อตึง(Muscle tightness) กล้ามเนื้อตึงทำให้เกิดการแพลงหรืออักเสบได้ง่าย นักกีฬาควรฝึกยืดกล้ามเนื้อทุกวันตามโปรแกรม

กล้ามเนื้อไม่สมดุล(Muscle imbalance) เมื่อกล้ามเนื้อหนึ่งมัดมีความแข็งแรงมากกว่ากล้ามเนื้อมัดอื่นที่อยู่ตรงข้ามกัน ความไม่สมดุลนี้จะทำให้เกิดการอักเสบได้ ซึ่งพบได้บ่อยในกล้ามเนื้อHamstring กล้ามเนื้อQuadricepsที่ด้านหน้าของต้นขามักจะมีความแข็งแรงมาก ในขณะเล่นกีฬาที่ใช้ความเร็ว กล้ามเนื้อHamstringจะเกิดการอ่อนล้าง่ายกว่ากล้ามเนื้อQuadriceps ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบได้

กล้ามเนื้ออ่อนแอ (Poor conditioning) ถ้ากล้ามเนื้อของคุณอ่อนแอไม่แข็งแรง จะทำให้เกิดความอักเสบจากการออกกำลังได้ง่ายและนำไปสู่การบาดเจ็บ

กล้ามเนื้ออ่อนล้า(Muscle fatigue) การอ่อนล้าจะทำให้กล้ามเนื้อดูดพลังงานได้ลดลงทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย

กิจกรรมต่างๆ(Choice of activity)ไม่ว่าใครก็สามารถเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อHamstringได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงดังนี้

-นักกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล

-นักวิ่งมาราธอน หรือวิ่งระยะสั้น

-นักเต้น

-นักกีฬาอายุมากที่มีการเดินออกกำลังกาย

-นักกีฬาวัยรุ่น

การอักเสบของHamstringมักพบบ่อยในนักกีฬาวัยรุ่นเพราะกล้ามเนื้อและกระดูกเติบโตไม่เท่ากัน ช่วงที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว กระดูกเด็กจะเติบโตเร็วกว่ากล้ามเนื้อ กระดูกที่กำลังเติบโตนั้นจะดึงให้กล้ามเนื้อแน่นขึ้น การกระโดด,ยืดหรือกระแทก เฉียบพลัน ทำให้กล้ามเนื้อขาดจากกระดูกที่เชื่อมติดกันได้

 

อาการ(Systems)

ถ้าคุณทำให้กล้ามเนื้อHamstringอักเสบ ในขณะที่ออกตัวกระชากยาวๆ คุณจะรู้สึกปวดแปล็บที่กล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาแบบเฉียบพลัน ซึ่งจะทำให้คุณหยุดอย่างรวดเร็วและกระโดดลงบนขาข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บหรือล้มลง

อาการอื่นๆ

-บวมในช่วง2-3ชั่วโมงแรกหลังได้รับบาดเจ็บ

-ฟกช้ำหรือมีสีผิดปกติที่ขาด้านหลังใต้หัวเข่าในช่วง2-3วันแรก

-Hamstringอ่อนแรงซึ่งอาจเกิดนานเป็นสัปดาห์

 

การตรวจของแพทย์(Doctor Examination)

ประวัติผู้ป่วยและการตรวจร่างกาย(Patient History and Physical Examination)

คนที่มีการอักเสบของกล้ามเนื้อHamstringมักจะมาพบแพทย์เพราะรู้สึกปวดแบบเฉียบพลันที่กล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาขณะออกกำลัง

ในขณะที่แพทย์ตรวจร่างกายแพทย์จะถามเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บและตรวจอาการเจ็บปวดของต้นขาหรือการฟกช้ำโดยจะคลำและกดที่บริเวณด้านหลังต้นขาเพื่อดูว่ามีอาการปวด อ่อนแอ บวมหรือมีการบาดเจ็บรุนแรงหรือไม่

 

การตรวจถ่ายภาพ(Imaging tests)การตรวจโดยถ่ายภาพจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้ถูกต้องมากขึ้น

เอกซเรย์ (X-rays) ภาพX-raysจะเป็นตัวบอกได้ว่ามีการฉีกขาดของเส้นเอ็นHamstringหรือไม่ จะเกิดโดยอาจมีเศษกระดูกชิ้นเล็กๆติดมาด้วย

MRI(Magnetic Resonance Imaging) MRIจะเห็นเนื้อเยื่ออ่อนเช่นกล้ามเนื้อHamstringชัดเจนขึ้นทำให้แพทย์สามารถบ่งชี้ถึงระดับของการบาดเจ็บได้

 

การรักษา(treatment)

การรักษาการอักเสบของกล้ามเนื้อHamstringจะขึ้นอยู่กับลักษณะของการบาดเจ็บ ความรุนแรงและความต้องการและความคาดหวังของผู้ป่วย

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด(Nonsurgical Treatment)

การอักเสบของกล้ามเนื้อHamstringส่วนใหญ่รักษาได้ง่ายๆด้วยวิธีไม่ผ่าตัด

RICE.การรักษาแบบRICEเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพในผู้ป่วยที่เกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา โดยRICEย่อมาจากRest(พัก),Ice(ประคบเย็น),Compression(พันข้อ),Elevation(ยกขาสูง)

-Rest หยุดการทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ไม้เท้าเพื่อหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนังที่ขา

-Ice ใช้ถุงน้ำแข็ง(Cold pack)ประคบประมาณ20นาทีหลายครั้งต่อวัน อย่าให้น้ำแข็งสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง

-Compression เพื่อป้องกันการบวมมากขึ้นหรือสูญเสียเลือดให้พันข้อด้วยผ้าพันแบบยืดหยุ่น

-Elevation เพื่อลดอาการบวมนอนลงและยกขาให้สูงเหนือหัวใจขณะพัก

บังคับการเคลื่อนที่(Immobilization) แพทย์อาจแนะนำให้ใส่เฝือกในช่วงสั้นๆซึ่งจะช่วยให้ขาอยู่ในตำแหน่งปกติเพื่อช่วยในการรักษา

การรักษาโดยกายภาพบำบัด(Physical Therapy) การรักษาทางกายภาพจะเริ่มได้เมื่อการปวดและบวมเริ่มลดลง การกายภาพบำบัดสามารถฟื้นฟูองศาของการเคลื่อนที่(Range of motion)และความแข็งแรง

โปรแกรมการรักษาจะดูการยืดหยุ่นในช่วงแรก โดยการเหยียดแบบเบาๆจะช่วยฟื้นฟูช่วงการงอยืด ในขณะที่การรักษาเริ่มฟื้นตัวการออกกำลังเพิ่มความแข็งแรงจะตามมา แพทย์จะให้คำแนะนำว่าเมื่อใดที่สามารถกลับไปทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัย

 

การรักษาโดยวิธีผ่าตัด(Surgical Treatment)

การผ่าส่วนใหญ่จะทำเมื่อเกิดเส้นเอ็นฉีกขาดจากกระดูกอย่างสมบูรณ์ซึ่งมักจะพบว่าจะเกิดการขาดจากกระดูกPelvis(Proximal tendon avulsion)มากกว่ากระดูกShinbone(Distal tendon avulsion)

การผ่าตัดอาจจำเป็นต้องทำเพื่อซ่อมการฉีกขาดภายในกล้ามเนื้อเช่นกัน

 

ขั้นตอน(Procedure)

เพื่อที่จะซ่อมเส้นเอ็น ศัลยแพทย์ต้องดึงกล้ามเนื้อHamstringให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมและนำเนื้อเยื่อที่เป็นแผลออกและนำเส้นเอ็นไปติดกับกระดูกเดิมโดยใช้ไหมเส้นใหญ่เย็บและโลหะยึดติดกระดูก

กล้ามเนื้อที่ฉีกขาดหมดจากกระดูกจะถูกเย็บกลับเข้าไปโดยใช้ไหมเย็บ

 

การฟื้นฟู(Rehabilitation) หลังการผ่าตัด จำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่ขาที่เพิ่งได้รับการซ่อมโดยอาจใช้ไม้เท้าช่วยค้ำยันและอาจจะต้องสวมอุปกรณ์สนับเข่าแบบยาวเพื่อให้Hamstringอยู่ในตำแหน่งที่ผ่อนคลาย ระยะเวลาการใช้อุปกรณ์ช่วยขึ้นอยู่กับลักษณะการบาดเจ็บ

โปรแกรมกายภาพจะเริ่มต้นด้วยการให้เหยียดตรงแบบเบาๆเพื่อฝึกความยืดหยุ่นและองศาของการเคลื่อนที่ การออกกำลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรงจะเป็นลำดับต่อไป

การฟื้นฟูหลังการผ่าตัดProximal hamstring reattachmentโดยปกติจะใช้ระยะเวลาประมาณ6เดือน หลังผ่าตัดDistal hamstring reattachmentใช้ระยะเวลา3เดือนในการฟื้นฟูก่อนจะกลับไปเล่นกีฬา โดยแพทย์จะแนะนำว่าเมื่อใดที่สามารถกลับไปเล่นกีฬาและทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างปลอดภัย

 

การฟื้นตัว(Recovery)

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการบาดเจ็บที่Hamstringจะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์หลังจากได้ทำโปรแกรมฟื้นฟูจนครบ โดยการรักษาเบื้องต้นตามวิธีRICEและการทำกายภาพบำบัดจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเล่นกีฬาและใช้งานได้รวดเร็ว

เพื่อป้องกันการกลับมาบาดเจ็บอีกครั้งควรปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำ และกลับไปเล่นกีฬา ทำกิจกรรมต่างๆเมื่อแพทย์อนุญาตเห็นสมควรเนื่องจากการกลับมาบาดเจ็บอีกครั้งจะทำให้เกิดความเสียหายแบบถาวรซึ่งจะนำไปสู่การอักเสบเรื้อรัง

 

นัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญปรึกษากล้ามเนื้อต้นขาบาดเจ็บ คลิ๊ก!

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>