เส้นเอ็นไขว้หลังฉีกขาด

เส้นเอ็นไขว้หลังฉีกขาด (Posterior cruciate ligament injuries)

เส้นเอ็นไขว้หลังอยู่ตำแหน่งด้านหลังเข่าซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆเส้นเอ็นที่เชื่อมต้นขาและแข้ง เส้นเอ็นไขว้หลังคอยควบคุมให้แข้งไม่เคลื่อนที่ไปด้านหลังมากเกินไป

เส้นเอ็นไขว้หลังบาดเจ็บเกิดจากการได้รับแรงกระแทกที่แรง สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากเข่างอแล้วกระแทกแผงหน้าปัดรถยนต์ในอุบัติเหตุรถยนต์หรือล้มเข่ากระแทกขณะเล่นฟุตบอล

โครงสร้าง (Anatomy)

ACL

กระดูกขาท่อนบนและกระดูกขาท่อนล่าง 2ท่อนมาต่อกันที่ข้อเข่า สะบ้าเข่าอยู่บริเวณด้านหน้าข้อต่อเพื่อเป็นเกราะป้องกัน

กระดูกท่อนหนึ่งเชื่อมต่อกระดูกอีกท่อนหนึ่งด้วยเส้นเอ็น โดยมีเส้นเอ็นในเข่าหลักๆอยู่4เส้นด้วยกันทำหน้าที่เหมือนเชือกที่แข็งแรงที่ดึงกระดูกให้อยู่ด้วยกันให้เข่ามั่นคง

 

เส้นเอ็นด้านข้างข้อเข่า (Collateral ligaments)

เส้นเอ็นประเภทนี้จะพบที่ด้านข้างของเข่า โดยมี medial collateral ligamentอยู่ด้านข้างด้านใน และ lateral collateral ligament อยู่ด้านข้างด้านนอก เส้นเหล่าเหล่านี้จะควบคุมการเคลื่อนไหวไปด้านข้างของเข่าและคุมต้านการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ

เส้นเอ็นไขว้ในข้อเข่า (Cruciate ligaments)

เส้นเอ็นประเภทนี้จะพบภายในข้อเข่าซึ่งจะวางตัวไขว้กันเป็นรูปตัว x ของเส้นเอ็นไขว้หน้าในด้านหน้าและเส้นเอ็นไขว้หลังในด้านหลัง เส้นเอ็นเหล่านี้จะควบคุมการเคลื่อนที่ไปหน้า-หลังของเข่า

 

เส้นเอ็นไขว้หลังแข็งแรงกว่าเส้นเอ็นไขว้หน้าและได้รับการบาดเจ็บน้อยกว่า ทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้แข้งเคลื่อนที่ไปด้านหลังมากเกินไป เส้นเอ็นไขว้หลังประกอบไปด้วย2ส่วน ซึ่งจะรวมกันเป็น1เส้นขนาดเท่านิ้วก้อยของบุคคลคนนั้น

 

คำอธิบาย(Description)

A00420F02

การบาดเจ็บเส้นเอ็นไขว้หลังพบได้ไม่บ่อยเหมือนการบาดเจ็บเส้นเอ็นเข่าเส้นอื่นๆ และมันค่อนข้างซับซ้อนและยากที่จะประเมินกว่าเส้นเอ็นเข่าเส้นอื่นๆ

ส่วนมากการบาดเจ็บเส้นเอ็นไขว้หลังมักจะเกิดร่วมกับการบาดเจ็บโครงสร้างอื่นๆของเข่าเช่นเส้นเอ็นเส้นอื่นๆและกระดูก

เส้นเอ็นบาดเจ็บอาจหมายถึงการ”อักเสบ” และมีการวัดระดับความรุนแรง

การบาดเจ็บระดับ 1 (Grade 1 sprains) เส้นเอ็นที่ได้รับบาดเจ็บในระดับ1จะมีการยืดออกเล็กน้อยแต่ยังคงสามารถที่จะช่วยให้ข้อเข่าคงตัวไว้ได้

การบาดเจ็บระดับ2 (Grade 2 sprains) การบาดเจ็บระดับ2จะทำให้เส้นเอ็นยืดจนถึงจุดที่มันหลวม ซึ่งมักจะหมายถึงเส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน

การบาดเจ็บระดับ3 (Grade 3 sprains) การบาดเจ็บระดับนี้ส่วนใหญ่มักจะหมายถึงเส้นเอ็นฉีกขาดจากกันออกเป็น2ส่วนและข้อเข่าจะไม่มั่นคง

เส้นเอ็นไขว้หลังฉีกขาดมีแนวโน้มที่จะขาดเป็นบางส่วนและสมานเองได้ดี โดยปกติคนที่มีเส้นเอ็นไขว้หลังบาดเจ็บจะสามารถกลับไปเล่นกีฬาได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องความมั่นคงของเข่า

 

สาเหตุ (Cause)

การบาดเจ็บเส้นเอ็นไขว้หลังสามารถเกิดขึ้นได้หลายวิธี โดยเกิดจากแรงกระแทกที่แรงมาก

-กระแทกโดยตรงจากข้างหน้า (เช่นเข่างอแล้วกระแทกแผงหน้าปัดรถยนต์จากอุบัติเหตุรถยนต์หรือเข่างอแล้วล้มลงขณะเล่นกีฬา)

-ดึงหรือเหยียดเส้นเอ็น(เช่น บาดเจ็บจากการเหยียดหรือแอ่นเข่ามากเกินไป)

-ก้าวพลาดง่ายๆ

อาการ(Symptom)

อาการที่พบโดยทั่วไปจากเส้นเอ็นไขว้หลังฉีกขาด

  • ปวดและบวมซึ่งจะเกิดหลังจากได้รับบาดเจ็บ
  • บวมซึ่งทำให้เข่าตึงหรือยึดและอาจเกิดการอ่อนแรง
  • ก้าวเดินอย่างลำบาก
  • เข่าไม่มั่นคง รู้สึกเหมือนจะล้ม

การตรวจทางแพทย์(Doctor examination)

เมื่อคนไข้มาพบแพทย์ครั้งแรก แพทย์จะถามถึงอาการและประวัติการรักษา

ระหว่างตรวจร่างกาย แพทย์จะตรวจดูทุกส่วนของเข่าที่บาดเจ็บและเปรียบเทียบกับข้างที่ไม่บาดเจ็บ  กระดูกขาช่วงบน(tibia)จะเคลื่อนไปด้านหลังเมื่องอ และอาจเลื่อนไปด้านหลังอีกมีงอเกิน90องศา  ส่วนการตรวจอื่นๆจะช่วยยืนยันการวินิจฉัยของแพทย์เช่น X-raysและMRI อย่างไรก็ตามการตรวจทางภาพถ่ายอาจไม่พบความผิดปกติ โดยเฉพาะถ้าการบาดเจ็บเกิดมากกว่า3เดือน

X-rays ถึงแม้ว่าภาพจะเห็นการบาดเจ็บของเส้นเอ็นไขว้หลังแต่ภาพX-raysจะเห็นว่าเส้นเอ็นได้ดึงรั้งกระดูกแตกออกเป็นชิ้นเล็กหรือไม่ซึ่งเรียกว่า Avulsion fracture

MRI ภาพMRIจะทำให้เห็นส่วนของเนื้อเยื่ออ่อนเช่นเส้นเอ็นไขว้หลังได้ชัดเจนมากขึ้น

การรักษา(Treatment)

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด(Nonsurgical treatment)

เส้นเอ็นไขว้หลังที่เกิดการบาดเจ็บจะสมานได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยแพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาง่ายๆแบบไม่ต้องผ่าตัด

RICE : พัก(Rest),ประคบเย็น(Ice),พันข้อ(Compression)และยกขาสูง(Elevation)จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น

ไม่เคลื่อนไหว(Immobilization) แพทย์อาจแนะนำให้ใส่Braceเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหว และอาจใช้ไม้ค้ำยันเพื่อป้องกันการลงน้ำหนักบนขา

การกายภาพบำบัด(Physical therapy) เมื่อเข่าบวมลดลง ก็จะเริ่มโปรแกรมการฟื้นฟูได้ ท่าออกกำลังตามโปรแกรมเฉพาะจะช่วยฟื้นฟูหน้าที่การทำงานของเข่าได้และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้งานร่วมกัน กล้ามเนื้อต้นขาที่แข็งแรงจะเป็นตัวบ่งบอกถึงการฟื้นตัวที่ดี

การรักษาแบบผ่าตัด(Surgical treatment) 

แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเมื่อมีการบาดเจ็บอื่นๆร่วม เช่นเข่าเกิดการเคลื่อนตำแหน่งและมีเส้นเอ็นบาดเจ็บหลายเส้นร่วมถึงเส้นเอ็นไขว้หลัง จึงจำเป็นต้องผ่าตัด

การสร้างเส้นเอ็นใหม่(Rebuilding the ligament) เนื่องจากการเย็บเส้นเอ็นติดกลับเข้าไปมักจะสมานไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นจึงต้องสร้างเส้นเอ็นใหม่ แพทย์จะใส่เนื้อเยื่อปลูกถ่ายแทนเส้นเอ็นที่ขาดโดยนำมาจากส่วนอื่นๆในร่างกายของคนไข้หรือจากการบริจาคจากผู้ให้บริจาค เนื้อเยื่อจะสมานติดกับกระดูกได้ต้องใช้เวลาหลายเดือน

ขั้นตอนผ่าตัด(Procedure) การผ่าตัดสร้างเส้นเอ็นไขว้หลังจะทำโดยใช้กล้องผ่าตัดขนาดเล็กทำให้เป็นแผลเล็กๆ ประโยชน์ที่เกิดจากการผ่าตัดแผลเล็กคือจะเจ็บน้อยกว่า ใช้เวลาอยู่โรงพยาบาลสั้นกว่าและฟื้นตัวได้เร็วกว่า

วิธีผ่าตัดเส้นเอ็นไขว้หลังได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจะช่วยให้คนไข้กลับมาทำกิจกรรมต่างๆได้ดี

การกายภาพฟื้นฟู(Rehabilitation)

ไม่ว่าวิธีการรักษาจะเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดหรือไม่ โปรแกรมการฟื้นฟูเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนไข้กลับมาทำกิจกรรมตามปกติได้ โปรแกรมกายภาพจะช่วยให้กระดูกกลับมาเคลื่อนไหวได้ปกติและมีความแข็งแรงอีกครั้ง ถ้าคนไข้ได้รับการผ่าตัด การกายภาพบำบัดจะเริ่มหลังจากผ่าตัด1-4อาทิตย์

ระยะเวลาที่ผู้ป่วยจะอาการดีขึ้นหลังจากเส้นเอ็นไขว้หลังบาดเจ็บจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บ ถ้ามีการบาดเจ็บอื่นๆร่วมด้วย การฟื้นตัวมักจะช้า แต่ในที่สุดก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

ถ้าคนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด อาจใช้เวลาหลายเดือนบางคนอาจหลายอาทิตย์กว่าจะกลับไปนั่งทำงานแบบนั่งโต๊ะได้ ถ้างานที่ทำมีกิจกรรมที่ต้องทำเยอะ อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวตามปกติ6ถึง12เดือน

ถึงแม้ว่าการกายภาพจะมีการฟื้นตัวอย่างช้าๆแต่การปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้คนไข้กลับไปทำกิจกรรมทั้งหมดที่ชอบทำได้

 

นัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญปรึกษาเส้นเอ็นไขว้หลังฉีกขาด คลิ๊ก!

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>