ช่องเหนือหัวไหล่ถูกกดทับและอักเสบ

ช่องเหนือหัวไหล่ถูกกดทับและอักเสบ

(Shoulder Impingement/Rotator cuff Tendinitis)

โรคที่พบได้บ่อยโรคหนึ่งคือปวดไหล่ ไหล่นั้นประกอบด้วยเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่ทำให้แขนสามารถขยับเป็นวงกว้างได้ และเพราะไหล่ประกอบไปด้วยโครงสร้างที่แตกต่างกัน จึงทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นที่ไหล่หลายแบบแตกต่างกัน โดยส่วนที่จะทำให้ปวดไหล่บ่อยที่สุดก็คือ Rotator Cuff

โครงสร้าง (Anatomy)A00032F01

ไหล่ประกอบด้วยกระดูก 3 ส่วน:ส่วนต้นแขน (Humerus) , ส่วนสะบัก (Scapula) , ไหปลาร้า (Clavicle)
แขนจะต่อกับเบ้าไหล่ด้วยRotator Cuff กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเหล่านี้จะปกคลุมรอบกระดูกต้นแขนและยึดกับสะบักไหล่
และมีถุงใส่น้ำหล่อเลี้ยง เรียกว่า Bursa อยู่ระหว่าง Rotator cuff และ ยอดกระดูกไหล่ (Acromion) โดยBursaจะช่วยให้เส้นเอ็น Rotator Cuff ขยับและเคลื่อนไหวได้อย่างราบลื่น

คำอธิบาย

A00032F02

Rotator Cuff เป็นส่วนที่ทำให้ไหล่ปวดที่พบได้บ่อย โดยความเจ็บปวดมาจากสาเหตุดังนี้
Tendinitis เส้นเอ็นอักเสบ ซึ่งอาจจะเกิดการระคายเคืองหรือฉีกขาดเสียหายได้
Bursitis ถุง Bursa อาจจะอักเสบและบวม มีน้ำคั่งเยอะ จนทำให้ปวดได้
Impingement การถูกกดทับซ้ำๆ เมื่อเวลายกแขนสูง ช่องว่างระหว่าง  Acromion และ Rotator Cuff จะแคบลง ทำให้Acromionถูและเสียดสี (หรือ กดทับ) บนเส้นเอ็นและ Bursa ทำให้ระคายเคืองและปวดได้

สาเหตุ

อาการปวดRotator Cuff พบได้บ่อยในนักกีฬาที่อายุน้อยจนไปถึงวัยกลางคน นักกีฬาอายุน้อยที่ใช้แขนชูเหนือหัวด้วยการ ว่ายน้ำ เล่นเบสบอล และตีเทนนิสจะมีความเสี่ยงในการเจ็บปวดง่ายเป็นพิเศษ และคนที่ต้องยกของหนักเป็นประจำหรือทำกิจกรรมที่ต้องชูแขนสูง เช่น แขวนป้าย , ก่อสร้าง , หรือ ทาสี ก็เป็นโรคนี้ได้ง่ายเช่นกัน
การบาดเจ็บเล็กน้อยก็ทำให้ปวดได้ และบางครั้งก็อาจเป็นโดยไม่มีสาเหตุ

อาการ

โดยทั่วไปปวดRotator Cuffจะทำให้ปวดบริเวณหน้าไหล่และบวม อาจจะรู้สึกข้อไหล่ยึดและปวดเมื่อยกแขน และอาจปวดเมื่อยกแขนลงด้วย
อาการจะเริ่มจากปวดเล็กน้อยซึ่งคนไข้มักจะไม่ค่อยหาทางรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ โดยอาการต่างๆจะเป็นดังนี้
ปวดเล็กน้อยทั้งตอนใช้แขนและพักแขน
ปวดเริ่มกระจายจากหน้าไหล่ไปด้านข้างแขน
ปวดทันทีที่ยกของและเอื้อมแขน
นักกีฬาที่ต้องเล่นกีฬาเหนือหัวอาจจะปวดเมื่อขว้างหรือเสิร์ฟลูกเทนนิส
เมื่อโรคดำเนินไปและเป็นมากขึ้น อาการต่างๆจะเพิ่มขึ้น
ปวดตอนนอนกลางคืน
ความแข็งแรงของไหล่หายไป ขยับเคลื่อนไหวได้น้อยลง
ทำกิจกรรมที่ต้องไขว้แขนไปด้านหลังยากมากขึ้น เช่นรูดซิบหรือปลดกระดุมด้านหลัง
ถ้าเกิดอาการปวดทันที ไหล่ก็จะระบมหนักมาก และทำให้ขยับได้ไม่มากและปวดมาก

การตรวจวินิจฉัย

ประวัติการรักษาและตรวจอาการทางร่างกาย

A00032F03

หลังจากได้คุยถึงอาการและประวัติการรักษาแล้ว แพทย์จะตรวจไหล่คนไข้เพื่อดูว่ามีอาการปวดบริเวณตำแหน่งไหนบ้างและมีภาวะผิดปกติอะไรบ้าง แพทย์จะให้คนไข้ขยับแขนไปไหนทิศทางต่างๆเพื่อดู Range of motion และจะทดสอบความแข็งแรงของแขน
แพทย์จะตรวจดูปัญหาที่เกิดขึ้นที่ไหล่ อาจจะตรวจคอเพื่อเช็คว่าความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ และตัดสาเหตุอื่นๆออกไป เช่นข้อเสื่อม

ตรวจทางภาพถ่าย

การตรวจอื่นๆจะช่วยแพทย์ยืนยันการวินิจฉัย
X-rays เนื่องจากภาพ X-rayจะมองไม่เห็นเนื้อเยื่ออ่อนเช่น Rotator Cuff แต่ก็อาจจะทำให้เราตรวจพบกระดูกงอกเล็กๆได้ การถ่ายX-rayไหล่ในคนไข้ที่ปวดRotator Cuffเป็นเรื่องปกติ
มุมมอง X-ray อย่าง Outlet view อาจพบกระดูกงอกเล็กๆที่ปลายของ Acromion
A00032F04
Magnetic resonance imaging (MRI)  และ Ultrasound ภาพนี้จะทำให้มองเห้นเนื้อเยื่ออ่อนอย่าง Rotator Cuff ได้ดีขึ้น จะมองน้ำที่คั่งอยู่หรือการอักเสบในถุง Bursa และ Rotator Cuff ในบางเคสก็จะพบ Rotator Cuff ฉีกขาดบางส่วน

การรักษา

เป้าหมายการรักษาคือลดความเจ็บปวดและกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ในการวางแผนการรักษา แพทย์จะพิจารณาจากอายุ ระดับกิจกรรมที่ทำ และสุขภาพทั่วๆไป

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด 

ในเคสส่วนใหญ การรักษาเริ่มต้นจะเป็นแบบไม่ผ่าตัด ถึงแม้ว่าการรักษาโดยไม่ได้ผ่าตัดจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แต่คนไข้จำนวนมากก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับและใช้งานได้เหมือนเดิม
Rest แพทย์อาจแนะนำให้คนไข้พักและปรับกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน เช่น เลี่ยงกิจกรรมที่ต้องชูแขนเหนือหัว
Non-steriodal anti-inflammatory medicines ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อย่าง ไอบูโพรเฟน และ นาพร็อกเซนจะช่วยลดบวมและความเจ็บปวดได้
Physical Therapy นักกายภาพจะมุ่งไปที่การกลับมาขยับและใช้งานไหล่ได้เหมือนเดิมในช่วงแรก การฝึกStretchingที่ช่วยเพิ่มRange of motionจะช่วยได้มาก โดยเฉพาะคนที่ไม่สารถเอื้อมแขนไปด้านหลังได้ ให้ฝึกกล้ามเนื้อในแนวด้านหลังของไหล่ และจะช่วยลดความเจ็บปวดได้ดีมาก
เมื่อความเจ็บปวดลดลงแล้ว นักกายภาพจะเริ่ม Strengthening Program ของกล้ามเนื้อRotator Cuff
Steriod Injection ถ้ายาต้านการอักเสบและกายภาพไม่ช่วยลดความเจ็บปวดในขณะพัก อาจต้องใช้ยาชาฉีดเฉพาะที่และCortisoneซึ่งเป็นยาต้านอักเสบที่ได้ผลดีมาก โดยการฉีดเข้าไปในBursaที่อยู่ใต้Acromionจะช่วยลดความเจ็บปวดได้
SubacromialBursaInjection

การรักษาโดยการผ่าตัด

เมื่อรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วก็ยังไม่สารถลดความเจ็บได้ แพทย์ก็อาจแนะนำให้ผ่าตัด
เป้าหมายของการผ่าตัดเพิ่มช่องRotator Cuffให้มากขึ้น แพทย์จะเอาส่วนของBursaที่อักเสบออก และอาจจะผ่า Anterior Acromioplastyซึ่งคือการตัดบางส่วนของAcromionออก และก็เรียกว่า Subacromial Decompression โดยจะผ่าได้ทั้งแบบส่องกล้องและแบบผ่าเปิด
Arthroscopic Technique ในการผ่าตัดแบบส่องกล้อง แพทย์จะสอดอุปกรณ์ผ่าตัดขนาดเล็กเข้าไปในรูที่เจาะไว้ในไหล่ 2-3รู รอบๆไหล่ แพทย์จะใช้กล้องFiberopticที่ต่อกับหน้าจอมอนิเตอร์นำเข้าไปและตัดกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนออก ในเคสส่วนใหญ่ขอบส่วนหน้าของAcromionจะถูกตัดออกไปกับเนื้อเยื่อBursaบางส่วน
และแพทย์อาจจะรักษาส่วนอื่นๆที่เกิดปัญหาในไหล่ไปในการผ่าตัดทีเดียวเลย ซึ่งรวมไปถึง ข้อเสื่อมระหว่างไหปลาร้า(Clavicle)และAcromion(Acromioclavicular Arthritis) รวมถึงเส้นเอ็นBicepsที่อักเสบ(Biceps Tendonitis) หรือRotaror Cuffที่ฉีกขาดบางส่วน
Open Surgical Technique ในการผ่าตัดแบบเปิดแพทย์จะผ่าช่องเล็กเพื่อเปิดแผลที่ด้านหน้าไหล่ เพื่อให้แพทย์เห็นAcromionและRotator Cuffได้โดยตรง
 A00032F06
Rehabilitation หลังผ่าตัดแล้ว คนไข้อาจต้องใส่Arm Slingในช่วงสั้นๆ เพื่อช่วยให้แผลสมานในช่วงแรก และแพทย์จะให้ถอดArm Slingทันทีที่คนไข้เริ่มสบายตัวมากขึ้นเพื่อเริ่มกายภาพและกลับมาใช้งานแขนอีกครั้ง
แพทย์จะให้คนไข้ทำโปรแกรมกายภาพตามการรักษา ซึ่งจะรวมไปถึงกายภาพเพื่อเพิ่มRange of motionของไหล่และความแข็งแรงของแขน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ2-4เดือนที่ความปวดจะลดลงจนหายไปแต่บางคนก็อาจใช้เวลาเป็นปี

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>